หลักธรรมหมวดพราหมณ์
"ฉินฺท โสตํ ปรกฺกมฺม"
"กาเม ปนูท พฺราหฺมณ"
"สงฺขารานํ ขยํ ญตฺวา"
"อกตญฺญูสิ พฺราหฺมณ"
"ปหิสฺสถ ทุกฺขมิทํ อนปฺปกํ . . . ฯ ๓๘๓ ฯ"
"พราหมณ์เอย ท่านจงพยายามหยุดกระแส(ตัณหา)"
"และบรรเทากามทั้งหลายเสีย พราหมณ์เอย"
"เมื่อท่านรู้ความสิ้นไปแห่งสิ่งปรุงแต่งทั้งหลาย"
"ท่านก็จะรู้สิ่งไม่ปรุงแต่ง (นิพพาน)"
"ยทา ทฺวเยสุ ธมฺเมสุ"
"ปารคู โหติ พฺราหฺมโณ"
"อถสฺส สพฺเพ สํโยคา"
"อฏฺฐํ คจฺฉนฺติ ชานโต . . . ฯ ๓๘๔ ฯ"
"เมื่อใดพราหมณ์ข้ามถึงฝั่งโน้น (นิพพาน)"
"ด้วยการปฏิบัติธรรมทั้งสอง (สมถะและวิปัสสนา)"
"เมื่อนั้นเครื่องผูกพันทั้งปวง"
"ของเขาผู้รู้จริงย่อมสิ้นไป"
"ยสฺส ปารํ อปารํ วา"
"ปาราปารํ น วิชฺชติ"
"วีตทฺทรํ วิสํยุตฺตํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๓๘๕ ฯ"
"ผู้ใดไม่มีฝั่งนี้ หรือฝั่งโน้น"
"หรือไม่มีทั้งสองฝั่ง"
"ไม่มีความกระวนกระวายใจ เป็นอิสระ"
"ผู้นั้นเราเรียกว่า พราหมณ์"
"ฌายึ วิรชมาสีนํ"
"กตกิจฺจํ อนาสวํ"
"อุตฺตมตฺถํ อนุปฺปตฺตํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๓๘๖ ฯ"
"ผู้ใดบำเพ็ญฌาน ปราศจากกิเลส"
"อยู่คนเดียว หมดกิจที่จะพึงทำ"
"หมดอาสวะ ลุถึงจุดหมายปลายทางแล้ว"
"ผู้นั้นเราเรียกว่า พราหมณ์"
"ทิวา ตปติ อาทิจฺโจ"
"รตฺติมาภาติ จนฺทิมา"
"สนฺนทฺโธ ขตฺติโย ตปติ"
"ฌายี ตปติ พฺราหฺมโณ"
"อถ สพฺพมโหรตฺตึ"
"พุทฺโธ ตปติ เตชสา . . . ฯ ๓๘๗ ฯ"
"พระอาทิตย์ สว่างกลางวัน"
"พระจันทร์ สว่างกลางคืน"
"นักรบสง่างามเมื่อสวมเกราะเตรียมรบ"
"พราหมณ์ สง่างามเมื่อเข้าฌาณ"
"แต่พระพุทธเจ้าสง่างามทั้งกลางวันกลางคืน"
"พาหิตปาโป หิ พฺราหฺมโณ"
"สมจริยา สมโณติ วุจฺจติ"
"ปพฺพาชยมตฺตโน มลํ"
"ตสฺมา ปพฺพชิโตติ วุจฺจติ . . . ฯ ๓๘๘ ฯ"
"ผู้ที่ชื่อว่าพราหมณ์ เพราะละบาปได้"
"ชื่อว่าสมณะ เพราะมีจรรยาสงบ"
"ชื่อว่าบรรพชิต เพราะละมลทินได้"
"น พฺราหฺมณสฺส ปหเรยฺย"
"นาสฺส มุญฺเจถ พฺราหฺมโณ"
"ธิ พฺราหฺมณสฺส หนฺตารํ"
"ตโต ธิ ยสฺส มุญฺจติ . . . ฯ ๓๘๙ ฯ"
"ไม่ควรรังแกพราหมณ์ (นักบวช)"
"และพราหมณ์ก็ไม่ควรแสดงความโกรธตอบ"
"คนที่รังแกพราหมณ์ เป็นคนน่าตำหนิ"
"แต่พราหมณ์ผู้โกรธตอบ น่าตำหนิกว่า"
"น พฺราหฺมณสฺเสตทกิญฺจิ เสยฺโย"
"ยทา นิเสโธ มนโส ปิเยหิ"
"ยโต ยโต หึสมโน นิวตฺตติ"
"ตโต ตโต สมฺมติเมว ทุกฺขํ . . . ฯ ๓๙๐ ฯ"
"ไม่มีอะไรจะดีสำหรับพราหมณ์"
"เท่ากับหักห้ามใจจากปิยารมณ์"
"เมื่อใดเขาไม่เบียดเบียนคนอื่น"
"เมื่อนั้น ความทุกข์ก็สงบ"
"ยสฺส กาเยน วาจาย"
"มนสา นตฺถิ ทุกฺกฏํ"
"สํวุตํ ตีหิ ฐาเนหิ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๓๙๑ ฯ"
"ผู้ใดไม่มีความชั่วทางกาย วาจา ใจ"
"สำรวมระวังทั้งสามทวาร"
"ผู้นั้นเราเรียกว่าเป็นพราหมณ์"
"ยมฺหา ธมฺมํ วิชาเนยฺย"
"สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ"
"สกฺกจฺจํ ตํ นมสฺเสยฺย"
"อคฺคิหุตฺตํว พฺราหฺมโณ . . . ฯ ๓๙๒ ฯ"
"เมื่อรู้ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง"
"จากบุคคลใด"
"ควรเคารพนอบน้อมบุคคลนั้น"
"เหมือนพราหมณ์บูชาไฟ"
"น ชฏาหิ น โคตฺเตน"
"น ชจฺจา โหติ พฺรหฺมโณ"
"ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ"
"ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ"
"โส สุจี โส จ พฺราหฺมโณ . . . ฯ ๓๙๓ ฯ"
"มิใช่เพราะมุ่นชฎา มิใช่เพราะโคตร"
"มิใช่เพราะกำเนิด (ที่ดี) ที่ทำคนให้เป็นพราหมณ์"
"ใครก็ตามมีสัจจะและทรงธรรม"
"ย่อมจะบริสุทธิ์ล้ำและเป็นพราหมณ์"
"กึ เต ชฏาหิ ทุมฺเมธ"
"กึ เต อชินสาฏิยา"
"อพฺภนฺตรํ เต คหณํ"
"พาหิรํ ปริมชฺชสิ . . . ฯ ๓๙๔ ฯ"
"เจ้าโง่เอ๋ย ผมยาว หนังสัตว์"
"จะมีประโยชน์อะไรสำหรับเจ้า"
"ภายนอกเจ้าสะอาดสดใส"
"แต่ภายในเจ้ารกรุงรัง"
"ปํสุกูลธรํ ชนฺตุ"
"กิสํ ธมนิสนฺถตํ"
"เอกํ วนสฺมึ ฌายนฺตํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๓๙๕ ฯ"
"ผู้ทรงผ้าบังสุกุล"
"ผอมจนเห็นแต่เส้นเอ็น "
"บำเพ็ญฌาณในป่าเปลี่ยวคนเดียว"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"น จาหํ พฺราหฺมณํ พฺรูมิ"
"โยนิชํ มตฺติสมฺภวํ"
"โภวาที นาม โส โหติ"
"ส เว โหติ สกิญฺจโน"
"อกิญฺจนํ อนาทานํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๓๙๖ ฯ"
"เพียงเกิดในตระกูลพราหมณ์"
"หรือมีมารดาเป็นพราหมณ์"
"เราไม่เรียกเขาว่า พราหมณ์"
"หากเขายังมีกิเลสอยู่"
"เขาก็เป็นพราหมณ์แต่ชื่อ"
"ผู้ใดหมดกิเลสไม่ยึดมั่นถือมั่น"
"ผู้นั้นเราเรียกว่า พราหมณ์"
"สพฺพสญฺโญชนํ เฉตฺวา"
"โย เว น ปริตสฺสติ"
"สงฺคาติคํ วิสํยุตฺตํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๓๙๗ ฯ"
"ผู้ใดตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้หมดสิ้น"
"ไม่หวาดกลัว หมดพันธะ"
"เป็นอิสระจากเครื่องจองจำคือกิเลส"
"ผู้นั้นเราเรียกว่าเป็นพราหมณ์"
"เฉตฺวา นทฺธึ วรตฺตญฺจ"
"สนฺทานํ สหนุกฺกมํ"
"อุกฺขิตฺตปลิฆํ พุทฺธํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๓๙๘ ฯ"
"ผู้ที่ตัดชะเนาะ (ความโกรธ) เชือกหนัง (ตัณหา)"
"เชือกป่าน (ความเห็นผิด) พร้อมทั้งอนุสัยกิเลส"
"ถอดลิ่มสลัก (อวิชชา) รู้แจ้งอริยสัจแล้ว"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"อกฺโกสํ วธพนฺธญฺจ"
"อทุฏฺโฐ โย ติติกฺขติ"
"ขนฺติพลํ พลานีกํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๓๙๙ ฯ"
"ผู้ใดไม่โกรธ ทนต่อการด่า"
"และการลงโทษจองจำ"
"มีขันติเป็นกำลังทัพ"
"ผู้นั้นเราเรียกว่า พราหมณ์"
"อกฺโกธนํ วตวนฺตํ"
"สีลวนฺตํ อนุสฺสทํ"
"ทนฺตํ อนฺติมสารีรํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๐๐ ฯ"
"ผู้ใดไม่มักโกรธ ทรงศีลพรต"
"หมดกิเลสฝึกฝนตน"
"มีชิวิตอยู่ในโลกนี้เป็นครั้งสุดท้าย"
"ผู้นั้น เราเรียกว่า พราหมณ์"
"วาริ โปกฺขรปตฺเตว"
"อารคฺเคริว สาสโป"
"โย น ลิปฺปติ กาเมสุ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๐๑ ฯ"
"ผู้ใดไม่ติดในกาม"
"เหมือนหยาดน้ำไม่ติดใบบัว"
"และเมล็ดผักกาดไม่ติดปลายเข็ม"
"ผู้นั้นเราเรียกว่า พราหมณ์"
"โย ทุกฺขสฺส ปชานาติ"
"อิเธว ขยมตฺตโน"
"ปนฺนภารํ วิสํยุตฺตํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๐๒ ฯ"
"ผู้รู้วิธีดับทุกข์ของตนได้ในโลกนี้"
"หมดภาระแบกหามกิเลส"
"เป็นอิสระจากกิเลส"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"คมฺภีรปัญฺญํ เมธาวึ"
"มคฺคามคฺคสฺส โกวิทํ"
"อุตฺตมตฺถํ อนุปฺปตฺตํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๐๓ ฯ"
"ผู้มีปัญญาลึกซึ้ง หลักแหลม"
"ฉลาดเลือกทางผิดทางชอบ"
"บรรลุถึงจุดหมายปลายทางอันอุดม"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"อสํสฏฺฐํ คหฏฺเฐหิ"
"อนาคาเรหิ จูภยํ"
"อโนกสารึ อปฺปิจฺฉํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๐๔ ฯ"
"ผู้ไม่คลุกคลีกับบุคคลทั้งสองฝ่าย"
"คือคฤหัสถ์และบรรพชิต"
"จรไปคนเดียว ไม่ติดถิ่น มักน้อย"
"เราเรียกว่าพราหมณ์"
"อนิธาย ทณฑํ ภูเตสุ"
"ตเสสุ ถาวเรสุ จ"
"โย น หนฺติ น ฆาเตติ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๐๕ ฯ"
"ผู้งดเบียดเบียนสัตว์อื่น"
"ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่"
"ไม่ฆ่าเอง ไม่สั่งให้คนอื่นฆ่า"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"อวิรุทฺธํ วิรุทฺเธสุ"
"อตฺตทณฺเฑสุ นิพฺพุตํ"
"สาทาเนสุ อนาทานํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๐๖ ฯ"
"ผู้ไม่ดุร้าย กลางกลุ่มชนผู้ดุร้าย"
"สงบ กลางกลุ่มชนผู้ทารุณ"
"ไม่ยึดมั่นกลางกลุ่มผู้ยึดมั่น"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"ยสฺส ราโค จ โทโส จ"
"มาโน มกฺโข จ ปาติโต"
"สาสโปริว อารคฺคา"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๐๗ ฯ"
"ความกำหนัด ความขัดเคือง ความหยิ่ง"
"ความดูถูกบุญคุณคนอื่น หมดไปจากผู้ใด"
"เหมือนเมล็ดผักกาด ตกไปจากปลายเข็ม"
"ผู้นั้นเราเรียกว่า พราหมณ์"
"อกกฺกสํ วิญฺญาปนึ"
"คิรํ สจฺจํ อุทีรเย"
"ยาย นาภิสเช กญฺจิ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๐๘ ฯ"
"ผู้พูดถ้อยคำนิ่มนวล"
"แจ่มกระจ่าง สัตย์จริง"
"ไม่กระทบกระทั่งใคร"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"โยธ ทีฆํ วา รสฺสํ วา"
"อณุ ถูลํ สุภาสุภํ"
"โลเก อทินฺนํ นาทิยติ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๐๙ ฯ"
"ผู้ใดไม่ขโมยของคนอื่น"
"ไม่ว่าสั้นหรือยาว"
"เล็กหรือใหญ่ ดีหรือไม่ดี"
"ผู้นั้นเราเรียกว่า พราหมณ์"
"อาสา ยสฺส น วิชฺชนฺติ"
"อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ"
"นิราสยํ วิสํยุตฺตํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๑๐ ฯ"
"ผู้ใดไม่มีความอยาก"
"ในโลกนี้และโลกหน้า"
"หมดกิเลส เป็นอิสระ"
"เราเรียกว่าพราหมณ์"
"ยสฺสาลยา น วิชฺชนฺติ"
"อญฺญาย อกถํกถี"
"อมโตคธํ อนุปฺปตฺตํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๑๑ ฯ"
"ผู้ใดหมดตัณหา"
"หมดสงสัย เพราะรู้แจ้งจริง"
"ลุถึงอมตนิพพานแล้ว"
"ผู้นั้นเราเรียกว่า พราหมณ์"
"โยธ ปุญฺญญฺจ ปาปญฺจ"
"อุโภ สงฺคํ อุปจฺจคา"
"อโสกํ วิรชํ สุทฺธํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๑๒ ฯ"
"ผู้ละบุญละบาปได้"
"พ้นกิเลสผูกพัน"
"ไม่โศก ไม่มีกิเลส บริสุทธิ์"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"จนฺทํ ว วิมลํ สุทฺธํ"
"วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ"
"นนฺทิภวปริกฺขีณํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๑๓ ฯ"
"ผู้บริสุทธิ์ เหมือนจันทร์แจ่ม สงบ"
"ผ่องใส หมดความพอใจในภพ"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"โย อิมํ ปริปถํ ทุคฺคํ"
"สํสารํ โมหมจฺจคา"
"ติณฺโณ ปารคโต ฌายี"
"อเนโช อกถํกถี"
"อนุปาทาย นิพฺพุโต"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๑๔ ฯ"
"ผู้ข้ามสงสารวัฏ และโมหะ"
"อันเป็นทางหล่มที่ข้ามได้แสนยากนี้"
"ลุถึงฝั่งโน้น เป็นนักกรรมฐาน"
"หมดตัณหา หมดความสงสัย"
"หมดความยึดมั่น บรรลุนิพพาน"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"โยธ กาเม ปหตฺวาน"
"อนาคาโร ปริพฺพเช"
"กามภวปริกฺขีณํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๑๕ ฯ"
"ผู้ละกามารมณ์"
"ออกบวชไม่มีเรือน"
"หมดความใคร่ในภพ "
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"หิตฺวา มานุสกํ โยคํ"
"ทิพฺพํ โยคํ อุปจฺจคา"
"สพฺพโยควิสํยุตฺตํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๑๗ ฯ"
"ผู้ละเครื่องผูกพัน"
"ทั้งของมนุษย์และเทวดา"
"หมดเครื่องผูกพันทุกชนิด"
"คนเช่นนี้เราเรียกว่า พราหมณ์"
"หิตฺวา รติญฺจ อรติญฺจ"
"สีติภูตํ นิรูปธึ"
"สพฺพโลกาภิภุ วีรํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๑๘ ฯ"
"ผู้ละความยินดีและความไม่ยินดี"
"เย็นสนิท หมดอุปธิ ( กิเลส )"
"อาจหาญ ชนะโลกทั้งมวล"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"จุตึ โย เวทิ สัตฺตานํ"
"อุปปตฺติญฺจ สพฺพโส"
"อสตฺตํ สุคตํ พุทฺธํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๑๙ ฯ"
"ผู้รู้จุติ และปฏิสนธิ"
"ของสัตว์ทั้งหลายโดยละเอียด"
"ผู้ไม่ขัดข้อง ไปดี ตรัสรู้ธรรม"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"ยสฺส คตึ น ชานนฺติ"
"เทวา คนฺธพฺพมานุสา"
"ขีณาสวํ อรหนฺตํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๒๐ ฯ"
"เทวดา คนธรรพ์และมนุษย์ทั้งหลาย"
"ไม่ทราบทางไปของผู้ใด "
"ผู้เป็นพระอรหันต์ ขีณาสพ"
"ผู้นั้นเราเรียกว่า พราหมณ์"
"ยสฺส ปุเร จ ปจฺฉา จ"
"มชฺเฌ จ นตฺถิ กิญฺจนํ"
"อกิญฺจนํ อนาทานํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๒๑ ฯ"
"ผู้ไม่มีความยึดถือทั้งเบื้องต้น (อดีต)"
"ท่ามกลาง (ปัจจุบัน) ที่สุด (อนาคต)"
"ปราศจากความยึดมั่นถือมั่น"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"อุสภํ ปวรํ วีรํ"
"มเหสึ วิชิตาวินํ"
"อเนชํ นหาตกํ พุทฺธํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๒๒ ฯ"
"มหาฤาษีผู้องอาจ ประเสริฐ แกล้วกล้า"
"ชำนะ ปราศจากตัณหา"
"บริสุทธิ์ ตรัสรู้ธรรม"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"
"ปุพฺเพนิวาสํ โย เวทิ"
"สคฺคาปายญฺจ ปสฺสติ"
"อโถ ชาติกฺขยํ ปตฺโต"
"อภิญฺญาโวสิโต มุนิ"
"สพฺพโวสิตโวสานํ"
"ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ . . . ฯ ๔๒๓ ฯ"
"มุนี ผู้รู้อดีตชาติของตน"
"เห็นสวรรค์และเห็นอบาย"
"ไม่ต้องเกิดอีกต่อไป"
"รู้แจ้งเห็นจริง"
"บำเพ็ญหน้าที่บริบูรณ์แล้ว"
"เราเรียกว่า พราหมณ์"

กลับหน้าบูชาเทพเจ้า
ไปหน้าพระศิวะ
| ไปหน้าหลัก
| |