พระขันทกุมาร เทพแห่งสงคราม

พระรูปของพระขันทกุมารที่ปรากฏให้เห็นทั่วไปนั้นเป็นรูปของเทพบุตรที่มีความเยาว์วัย ปรากฏอยู่เป็นหนุ่มน้อยที่ยังไม่เป็นหนุ่มเต็มที่นักและไม่ได้มีพระพักตร์ดุดันแต่อย่างใดแม้จะเป็นเทพแห่งการศึกสงครามแต่พระขันทกุมารนั้นมีพระพักตร์ที่หมดจดงดงามใสสะอาดเป็นยิ่งนัก พระวรกายมีสีขาวนวลมีหอกธนูและศรเป็นอาวุธ ประจำกายมีนกยูงเป็นพาหนะ นกยูงนั้นมีนามว่าปรวาณี เมื่อเทพบุตรองค์นี้มีความอ่อนเยาว์จึงไม่ได้ถูกเรียกขานกันว่าเทพแต่ถูกเรียกขานกันว่าเป็นกุมารคือพระขันทกุมาร แต่ยังมีนามอื่นๆอีกซึ่งเรียกกันไปตาม รูปกายของพระองค์เช่น บางคัมภีร์ได้เรียกพระขันทกุมารเป็นนามของ ยุทธรงค์มยุรอาสน์ สิทธิเสน มหาเสนามยุรเกตุซึ่งนามต่างๆ เหล่านี้เรียกตามภาระ หน้าที่ที่พระขันทกุมารมักเกี่ยวข้องตามบทบาทเป็นเทพแห่งการสงคราม พระนามที่เรียกกันตามรูปกายของพระองค์นั้นก็มีอีก ๒-๓ นามด้วยกัน คือ ฤชุกาย ทวาธศากษ์ ทวาทศกร พระขันทกุมารเป็นโอรสของพระแม่อุมาซึ่งได้กำเนิดขึ้นโดยการยิงบุษปศรของพระกามเทพนั่นเองในครั้งที่พระแม่อุมาได้ไปเกิดอีกภาคหนึ่งเป็นพระธิดา ของพระหิมวัตนั้นและเป็นเวลาเดียวกับที่พระอิศวรมีความโทมนัสถึงชายาที่สิ้นพระชนม์ไปคือพระแม่สตี (ซึ่งก็คือพระแม่อุมาในอีกภาคหนึ่งนั่นเอง) พระอิศวรจึงได้ไปบำเพ็ญตบะอยู่ที่เทือกเขาหิมาลัยประพฤติองค์เป็นสันยาสีผู้บำเพ็ญตบะให้ลืมความโทมนัสถึงพระสตีได้นั้น บรรดาทวยเทพทั้งมวลขณะนั้นก็กำลังเดือดร้อน เนื่องจากว่ามีเทพอสูรผู้หนึ่งซึ่งแบ่งภาคไปครองนครตรีปุระและเป็นเทพอสูรซึ่งมีความโหดร้าย ดุดัน มักจะสร้างความเดือดร้อนให้กับทวยเทพบนสรวงสวรรค์และมนุษย์โลกท้าวตารกาสูรผู้นี้มีความกำเริบเหิมเกริมบรรดาทวยเทพจึงเกรงว่าสรวงสวรรค์ และมนุษย์โลกจะเดือดร้อนถึงกาลพิบัติเป็นแน่แท้ และคงจะปราบได้ยากขึ้นทุกทีจะมีก็แต่พระอิศวรเท่านั้นที่จะปราบได้ แต่ในขณะนั้น พระอิศวรก็ยังบำเพ็ญตบะด้วยความทุกข์เศร้าในการจากไปของชายาผู้เป็นที่รักคงไม่มีเรี่ยวแรงหรือจิตใจมาทำศึกสงครามปราบ ท้าวตารกาสูรผู้เหิมเกริมได้แน่ ดังนั้นทวยเทพจึงได้ประชุมหรือรือกันหาทางให้พระอิศวรหายคลายความทุกข์เศร้าด้วยการให้มีรักใหม่กับพระแม่อุมา จึงได้นัดแนะให้พระกามเทพให้บุษปศรยิงพระอิศวรเพื่อให้บังเกิดความรักใคร่มีจิตปฎิพัทธผูกพันกับพระแม่อุมา ครั้นเมื่อพระอิศวร และพระอุมาผูกพันเสน่หาวิวาห์กันตามความคาดหวังของบรรดาทวยเทพแล้ว พระแม่อุมาก็ให้กำเนิดโอรสองค์หนึ่งคือ พระขันทกุมารองค์นี้นั่นเองต่อมาเมื่อทรงเจริญพรรษาได้เพียงไม่กี่ขวบปีนักก็ได้ไปสังหารท้าวตารกาสูร ผู้สร้างความปั่นป่วนให้สวรรค์และโลก ซึ่งก็สามารถปราบปรามได้สำเร็จเรียบร้อยและนี่ก็คืออีกเหตุหนึ่งที่พระขันทกุมารเป็นที่เคารพนับถือในนามของเทพแห่งการรณยุทธ์ หรือเทพเสนา นั่นเอง

กลับหน้าประวัติเทพเจ้า

        
ไปหน้าพระกฤษณะ            ไปหน้าหลัก