๒. สถานพระพิฆเณศวร (โบสถ์กลาง)
สร้างด้วยอิฐถือปูนมีพาไลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การก่อสร้างยังคงศิลปะอยุธยาที่สร้างโบสถ์มีพาไล
ตัวโบสถ์ไม่มีลวดลายหลังคามีชั้นลด ๑ ชั้น หน้าบันเรียบไม่มีเทวรูปปูนปั้นเหมือนสถานพระอิศวร ภายในโบสถ์มีเทวรูปพระพิฆเณศวร ๕ องค์
ล้วนทำด้วยหิน คือ หินแกรนิต ๑ องค์ หินทราย ๑ องค์ หินเขียว ๒ องค์ ทำด้วยสำริด ๑ องค์ ประดิษฐานบนเบญจา ประทับนั่งทุกองค์
องค์หนึ่งสูง ๑.๐๖ เมตร เป็นประธาน ประดิษฐานอยู่ข้างหน้า องค์บริวารอีก ๔ องค์ ขนาดสูง ๐.๙๕ เมตร
๓. สถานพระนารายณ์ (โบสถ์ริม)
สร้างด้วยอิฐถือปูนมีพาไลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การก่อสร้างทำเช่นเดียวกับสถานพระพิฆเณศวร
ภายในทำชั้นยกตั้งบุษบก ๓ หลัง หลังกลางประดิษฐานพระนารายณ์ ทำด้วยสำริด ประทับยืนขนาด ๑.๕๑ เมตร เป็นประธาน บุษบกอีก ๒ ข้าง
ประดิษฐานพระลักษมีและพระมเหศวรี ทำด้วยปูน ประทับยืนอีก ๒ องค์นี้เป็นองค์จำลองของเดิมไว้ (ของเดิมย้ายไปอยู่พิพิธภัณฑ์ ในสมัยน้ำท่วม
พุทธศักราช ๒๔๘๕) ตรงกลางโบสถ์มีเสาลักษณะคล้ายเสาชิงช้าขนาดย่อม สำหรับประกอบพิธีช้าหงส์ สูง ๒.๕๐ เมตร เรียกว่า "เสาหงส์"
บริเวณลานเทวสถาน ด้านหน้าประตูทางเข้ามีเทวาลัยขนาดเล็ก ประดิษฐานพระพรหมตั้งอยู่กลางบ่อน้ำสร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๔
สมัยพระราชครูวามเทพมุนี เทวสถานได้ขึ้นทะเบียนเป็น "โบราณวัตถุสถาน" สำคัญของชาติ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๖๖ ตอนที่ ๖๔
วันที่ ๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๒ หน้าที่ ๕๒๘๑ ลำดับที่ ๑๑ ระบุ เทวสถาน "โบราณวัตถุสถาน" สำคัญของชาติ ประกาศ ณ
วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๒