ประวัติเศียรบรมครู 9 พระองค์    

พระอิศวร

 

       เป็นเทพเจ้าผู้สร้างโลก มี 1 พักตร์ 3 เนตร 4 กร กายสีขาว มงกุฎน้ำเต้าหรือมงกุฎทรงเทิดน้ำเต้ากาบ เกศามุ่นเป็นชฎารุงรัง มีประคำหัว กระโหลกคนคล้องพระศอ มีสังวาลเป็นงู พระศอสีนิล นุ่งหนังเสือ หนังช้าง หรือหนังกวาง โคเป็นพาหนะ สถิตบนเขาไกรลาศ มีพระมเหสีทรงนามว่า พระอุมา มีเทวโอรส 2 องค์ คือ พระขันทกุมาร และพระคเณศร์ ลักษณะเศียร สีขาว มงกุฎน้ำเต้า หรือมงกุฎเทิดน้ำเต้ากาบ

 

พระนารายณ์

 

     เป็นเทพเจ้าผู้รักษาความดี กายสีดอกตะแบก (ชมพูอมม่วง) มี 1 พักตร์ 4 กร ยอดมงกุฎชัย มีครุฑเป็นพาหนะ สถิต ณ เกษียรสมุทร มีพระลักษมี เทพเจ้าแห่งลาภและความดีเป็นพระมเหสี ลักษณะเศียร สีดอกตะแบก ทรงมงกุฎชัย

 

 

พระพรหม   


         เป็นเทพเจ้าแห่งพรหมวิหาร มีสีขาว มี 4 พักตร์ 8 กร ทรงมงกุฎชัย 2 ชั้น หรือ มงกุฎเทิดน้ำเต้ากลม มีหงส์ เป็นพาหนะ สถิต ณ พรหมพฤนทา มีพระมเหสีนามว่า พระสุรัสวดี เทพเจ้าแห่งการศึกษา ลักษณะเศียร สีขาว หน้า 2 ชั้น มงกุฎชัยหรือมงกุฎเทิดน้ำเต้ากลม

 

 

พระวิสสุกรรม (วิษณุกรรม,วิศวกรรม,เวสสุกรรม,พิษณุกรรม,พระเพชรฉลูกรรม) 

         มีกายสีเขียว 1 พักตร์ 2 กร ทรงมงกุฎน้ำเต้า บางตำราว่า หัวโล้น (หรือโผกผ้า) ซึ่งเป็นเทวดานายช่างของพระอินทร์ เป็นเจ้าแห่งช่างทุกช่าง ไม่ว่าจะเป็น ปั้น หล่อ ก่อสร้าง สำหรับด้านดนตรีเคยมีนิยายเล่าสืบมาว่า ในครั้งหนึ่งเมืองมนุษย์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะร้อง จะเล่นแสดงอะไรไม่เป็นระเบียบ มีถ้อยคำที่หยายโล้น ความถึงพระอินทร์ ต้องสั่งการให้พระวิษณุให้แปลงกายเป็น ชายชราลงมาสั่งสอนเด็ก ๆ ชาวเมืองให้รู้จักร้อง รู้จักเล่นให้เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังดลบันดาลให้เครื่องดนตรีมี ลักษณะถูกต้อง และมีเสียงอันไพเราะ ลักษณะเศียร สีเขียว ทรงมงกุฎน้ำเต้า

 

พระปัญจสิงขร

         เทพเจ้าองค์นี้เดิมเคยเป็นมนุษย์ เป็นเด็กเลี้ยงโคไว้ผม 5 แหยม เป็นผู้ที่มีใจเลื่อมใสศรัทธาในทางกุศล สร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ เมื่อตายจึงเกิดเป็นเทพบุตรในชั้นจาตุมหาราชมีชื่อว่า"ปัญจสิขคนธัพเทพบุตร" มีมงกุฎ 5 ยอด มีกายเป็นสีทอง มีกุณฑล มี 1 พักตร์ 4 กร ทรงอาภรณ์ไปด้วยนิลรัตน์ ทรงภูษาสีแดง มีความสามารถในเชิงดีดพิณ และขับลำนำเป็นเลิศ จนเป็นที่โปรดปรานของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ถึงกับทรงอนุญาตให้เฝ้าได้ทุกเวลา ลักษณะเศียร สีขาวมงกุฎน้ำเต้า 5 ยอด

 

 

พระปรคนธรรพ


         เป็นยอดของเทพคนธรรพ์ ร่างกายมีขนวนเป็นขด วนทักษิณาวัฏรอบตัว มงกุฎชฎายอดฤาษี หรือยอดกะตาปาสีเขียวใบแค มี 1 พักตร์ 2 กร เป็นเทพเจ้าแห่งวิชาการดนตรี ขับร้อง ดีด สี ตี เป่า โดยยกย่องว่าเป็น ผู้ที่ประดิษฐ์พิณขึ้นมา

 

 

 

พระฤาษี 


   

     มีทั้งหมด 35 ตน ซึ่งมีชื่อต่าง ๆ กัน ในด้านดนตรีไทยแล้วฤาษีนั้นมีชื่อว่า "พระภรตฤาษี" (พระ-พะ-รด-รือ-สี) ผู้ซึ่งได้รับ เทวโองการจากพระพรหม ให้นำศิลปการร่ายรำ ท่าศิวนาฏราชมาบังเกิดในโลกมนุษย์

 

 

พระคเณศร์ (พระพิฆเณศวร) 

  

       เป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ ศิลปวิทยาการทั้งปวง มีกายสีแดงสัมฤทธิ์ ร่างมนุษย์ อ้วนเตี้ย ทั้งพลุ้ย หูยาน มีเศียรเป็นช้าง มีงาข้างเดียว มี 4 กร มงกุฎทรงเทิดยอดน้ำเต้า ทรงหนูเป็นพาหนะ เป็นโอรสของพระอิศวรและพระอุมา ลักษณะเศียร สีแดง มงกุฎเทิดน้ำเต้า

 

 

พระพิราพ 

     เป็นอสูรเทพบุตร อยู่เชิงเขาอัศกรรณ พระอิศวรเอากำลังพระสมุทร และพระเพลิงแบ่งประทาน และทรงกำหนดเขตป่า ให้อยู่ ถ้ามีสัตว์พลัดหลงมาในป่าให้จับกินได้ มีกายสีม่วงแก่ 1 พักตร์ 1 กร มีหอกเป็นอาวุธ มูลเหตุที่ศิลปินเคารพบูชาเพราะว่า มีผู้ค้นคว้าไว้ว่า 
    1. พระพิราพองค์นี้เป็นปางหนึ่งของพระอิศวร
    2. ชื่อ พิราพ นี้ไปพ้องกับชื่อ วิราวณะ ของฮินดู อันเป็นเทพเจ้าแห่งการฟ้องรำ
    3. ชื่อ พิราพ อันเป็นนามเทพเจ้าแห่งคุณงามความดี
ลักษณะเศียรโล้น สีม่วงแก่ (พิราพเดินป่า) สวมกระบังหน้า ปากแสยะ ตาจรเข้


บทความเรื่อง "ประวัติบรมครูทางนาฏศิลป์" นี้ได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจาก "เว็บมาสเตอร์เว็บชมรมดนตรีไทยมงกุฎวดี สจพ." เพื่อเป็นการเทิดทูนและเผยแพร่ความรู้ให้ผู้ที่สนใจ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้


กลับหน้าสักการะบูชาเทพเจ้า

        
ไปหน้าถัดไป            ไปหน้าหลัก