
วัดพระศรีมหาอุมาเทวี
(วัดแขกสีลม)
วัดพระศรีมหาอุมาเทวีสร้างขึ้นเมื่อ
พ.ศ. ๒๔๕๔
โดยคณะชาวอินเดียใต้ซึ่งเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทยนานแล้ว
เมื่อนายไวตีฯ
และญาติมิตรที่ตั้งบ้านเรือนอยู่บนถนนสีลมมีศรัทธาจัดสร้างวัดเพื่อเป็นที่บูชาพระอุมา
ตามลัทธิศักติทางศาสนาฮินดู
คณะกรรมการอาทิ
นายไวตรีประเดียอะจิ
นายนารายเจติ
นายโกบาระตี
ได้ขอแลกที่ดินของพวกตนกับสวนผักของนางปั้น
อุปการโกษากร
มีเจ้าแม่ศรีมหาอุมาเทวีเป็นประธานองค์เทพและเทพี
(เทวี) ต่าง ๆ
ได้นำมาจากประเทศอินเดีย
รวมทั้งพระพิฆเนศวรองค์หนึ่งซึ่งคตินิยมของพราหมณ์ฮินดูตอนใต้ถือว่าทรงเป็นเทพที่รักษาพรหมจรรย์ตลอดกาล
พระพิฆเนศวรประทับนั่งขัดสมาธิ
มี ๔ กร พระกรขวาบนทรงอังกุศะ
พระพรขวาล่างทรงงาหักในลักษณะคว่ำส่วนปลายลงคล้ายเหล็กจาร
พระกรซ้ายบนทรงปาศะ
พระกรซ้ายล่างทรงขนมโมทกะซึ่งพระองค์กำลังใช้งวงหยิบอยู่
ทรงสวมกรัณฑมงกุฎ
ไม่มีงาข้างขวา
พระพิฆเนศวรองค์นี้มีลักษณะแบบศิลปะอินเดียตอนใต้ตอนปลาย
พระองค์อ้วนเตี้ย
ค่อนข้างเทอะทะแต่แฝงไว้ซึ่งความหนักแน่นและมีอำนาจ
กำเนิดพระศรีมหาอุมาเทวีศาลไม้ใต้ต้นสะเดาสมัยรัชกาลที่
๕
วัดพระศรีมหาอุมาเทวีนั้น
เป็นวัดฮินดูเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
มีอายุตั้งแต่สมัยแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง
เมื่อถนนสีลมยังคงเป็นไร่อ้อย
มิได้เจริญและเป็นถนนสายธุรกิจอย่างทุกวันนี้
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๑
ชนเผ่าภารตะฑราวิฑนาดู (ทมิฬ)
จากอินเดียตอนใต้ได้รอนแรมข้ามทะเลขึ้นบกที่แหลมมลายู
กระจัดกระจายอยู่ตามเกาะพังงา
เกาะภูเก็ต
นครศรีธรรมราช
และบางส่วนไปตั้งรกรากอยู่ที่มาเลเซีย
อีกส่วนหนึ่งมุ่งขึ้นสู่เมืองบางกอก

ปี
พ.ศ. ๒๔๒๒
ชาวทมิฬเริ่มทยอยสู่เมืองบางกอก
เพื่อตั้งรกรากหาเลี้ยงชีพตามที่ตนถนัด
ในระยะแรก ๆ
นั้น มีการตั้งรูปเคารพ
“มารีอามัน”
หรืออีกนัยหนี่งว่า
พระศรีมหาอุมาเทวี
ซึ่งตอนนั้นมีความเชื่อว่า
มารีอามัน คือ
เทวีผู้บำบัดปัดเป่าและรักษาไข้ทรพิษ
และเป็นเทพที่ชาวทมิฬให้ความเคารพนับถือมาแต่โบราณ
ถนนสายหนึ่งที่ชาวบ้านทมิฬเข้ามาตั้งรกรากคือ
“วินด์มิลล์ โรด” (
ในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสต่างประเทศ
พระองค์เคยเสด็จไปที่ประเทศอินเดีย
เมื่อเสด็จกลับเมืองไทย
ได้รับสั่งกับชาวทราวิฑนาดู
ว่า “ทางประเทศอินเดียได้ฝากฝังเอาไว้
มีสิ่งใดที่พระองค์จะช่วยเหลือให้บอก”
ชาวอินเดียเชื้อสายทมิฬมิได้ขอสิ่งใดนอกจากขอสร้างเทวาลัยสำหรับบูชาตามลัทธิประเพณีเท่านั้นเอง
พระองค์ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างตามที่ขอได้
เทวาลัยแห่งแรกสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวฮินดูเชื้อสายทมิฬ
สร้างขึ้นที่บริเวณหัวลำโพงเป็นศาลไม้ธรรมดา
ๆ ต่อมาเริ่มทรุดโทรมลงตามกาลเวลาจึงได้โยกย้ายไปอยู่ที่บริเวณวัดพระศรีมหาอุมาเทวี
(วัดแขกสีลม)
อยู่จนทุกวันนี้ ที่ได้มีชาวทราวิฑนาดูแยกไปตั้งรกราก
ที่แห่งนี้จะมีประเพณีใกล้เคียงกัน
โดยเฉพาะประเพณีการบูชาเทพเจ้าชาวภูเก็ตในช่วงเทศกาลกินเจ
มีลักษณะการทรงเจ้าลม้ายคล้ายคลึงกับประเพณีดูเซร่าของวัดแขกสีลม
มีการใช้ของแหลมเสียบแทงลงไปตามเนื้อตัว
เพื่อเป็นการถวายบูชาด้วยการทรมานร่างกายของตน
จะเห็นได้ว่า
ชาวทมิฬในสายของภูเก็ตก็ดี
หรือสายของมาเลเซียก็ดี
เมื่อไปผสมเผ่าพันธุ์ชาวพื้นเมืองอย่างชนชาติจีน
ที่มีความเชื่อและศรัทธาในเทพเจ้า
ก็เลยการผสมเจ้าเข้าไว้ด้วยกัน
ต่างก็เน้นไปที่การแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เสียมาก
จนโดนสื่อมวลชนตรวจสอบกันไปก็หลายครั้ง
ที่มาเลเซีย
– สิงคโปร์
เรียกงานดังกล่าวว่า
ไตปูซัน
ต้องยอมรับว่าประเพณีแห่เจ้าแม่ศรีมหาอุมาเทวีนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่า
เป็นผลผลิตจากเทวาลัยเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
ไม่ได้มาจากสายของตำหนักทรงทั้งหลาย
แต่กระนั้น
ตำหนักทรงหลายแห่งนั้น
นิยมมาเข้าเฝ้าและทำหน้าที่เปิดตำหนักสัญจรบนเส้นทางที่พระเทวียาตราผ่าน
แต่นั่นเป็นเพียงการจัดฉากเท่านั้นเอง
เพราะอย่างไรเสีย
ก็ต้องให้เกียรติกับเจ้าของงาน
วัดพระศรีมหาอุมาเทวีได้จดทะเบียนเป็น
“มูลนิธิ
วัดพระศรีมหาอุมาเทวี”
เมื่อวันที่
๘ พฤษภาคม พ.ศ.
๒๔๕๘
งานประเพณีนวราตรีนั้นเป็นประเพณีนั้นเป็นประเพณีที่สืบกันมาเป็นเวลานับร้อยปี
อาจหายไปบ้างในช่วงภาวะสงครามโลกครั้งที่
๒ มีความเชื่อว่า
ช่วงเวลาของประเพณีดูเซร่า
หรือ “นวราตรี” จะเป็นช่วงที่พระแม่และขบวนเทพเสด็จลงมายังโลกเพื่อประทานพรให้กับมนุษย์ทั้งหลาย
โดยเฉพาะวันสุดท้าย
เรียกกันว่า “วันวิชัยทัสมิ” (วันแห่งชัยชนะ)
ซึ่งจะเป็นวันที่ฉลองชัยขององค์พระแม่ที่มีต่ออสูรและหมู่มารร้าย
ซึ่งงานดังกล่าวแต่ละท้องถิ่นก็จะมีตำนานที่แตกต่างกันไป
วัดแขกเดิมเป็นสถานที่จำเพาะของผู้นับถือศาสนาฮินดูเท่านั้น
ในตอนบ่ายจะมีการปิดโบสถ์
เพื่ออ่านรามเกียรติ์เพื่อสรรเสริญพระเป็นเจ้า
เทศกาลที่ชาวเมืองมีโอกาสเข้าร่วมด้วยคือ
เทศกาลแห่เจ้าแม่วัดแขก
ประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี
"เทศกาลนวราตรี"หรือ "เทศกาลดุซเซร่า"
มีการจัดขบวนอัญเชิญเจ้าแม่แห่ไปตามถนนรอบชุมชนฮินดูจากสีลมไปเดโช
แล้วย้อนมาที่ถนนปั้นไปออกถนนสาธรแล้ววกกลับที่ถนนสุรศักดิ์
เพื่อมายังหน้าวัดที่ถนนสีลมอีกครั้งหนึ่ง
ในปัจจุบัน
วัดแขกเปิดกว้างต้อนรับผู้คนมากขึ้น
ทั้งผู้มีจิตศรัทธาองค์พระศรีมหาอุมาเทวีไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดๆ
รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ
และมีการสร้างสถาปัตยกรรมแบบอินเดียตอนใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งโคปุระ
หรือซุ้มประตูที่ตกแต่งเป็นรูปปูนปั้นเทพเจ้าต่างๆ
กลับหน้าสักการะบูชาเทพเจ้า

ไปหน้าถัดไป ไปหน้าหลัก