ไหว้ครู

ไหว้ครู

รำลึกพระคุณของครู

 

                การไหว้ครูเป็นการระลึกถึงคุณของผู้ที่สั่งสอนอบรมเรามาทั้งจรรยามารยาทและศิลปวิทยา การไหว้ครูนั้นเป็นการแสดงตนว่าตัวเองขอเป็นศิษย์ของท่านโดยตรงแล้วอันเป็นการเคารพครูให้ถูกต้อง เพื่อให้ครูรู้ว่าตนมิได้เรียนแบบครูพักลักจำ เป็นการนอบน้อมให้ถูกวิธี ปวารณาตัวให้ครูรับรู้ว่าบัดนี้เราเป็นศิษย์ของท่านแล้วและพร้อมที่จะน้อมรับคำสั่งสอน ดุด่าว่ากล่าวจากท่านทุกประการ

            การไหว้ครูนั้นจะเริ่มตั้งแต่การอภิวาทคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยทั้งสามนี้เป็นคุณพระรัตนตรัยแก้วสามประการที่ทุกคนต้องเคารพเป็นเบื้องต้น จากนั้นก็เป็นคุณบิดามารดา ครูบาอาจารย์

            การลองวิชาอาคมเป็นอีกหนึ่งใน ความสำคัญของการไหว้ครู ทั้งนี้เมื่อเราดูการไหว้ครู ทั้งนี้เมื่อเราดูการไหว้ครูตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไหว้ครูของนาฏศิลป์ เมื่อทำการไหว้ก็จะมีศิษย์บางคนเกิดอาการของขึ้นซึ่งมักเรียกกันว่า “ครูเข้า” หรือเกิดอาการแปลก ๆ ที่ไหน ๆ ก็ดีต้องมีเรื่องอันน่ามหัศจรรย์เกิดขึ้นด้วยฤทธิ์อำนาจแห่งองค์ครู และด้วยศรัทธาในครูหรืออาจารย์ของตน สิ่งที่ท้าทายกฎธรรมชาติ กฎวิทยาศาสตร์ก็สามารถบังเกิดขึ้นในขณะนั้นได้ อำนาจของครูบาอาจารย์เข้าปกปักษ์คุ้มครองผู้เข้าร่วมพิธีให้รอดพ้นอันตรายจากคมหอกคมดาบได้ราวปาฏิหาริย์

                การแสดงปาฏิหาริย์ของบรรดาศิษย์ในงานไหว้ครูนั้นถือเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ เพื่อแสดงวิชาถวายแด่ครูบาอาจารย์ มิใช่เป็นการอวดอ้างคุณวิเศษแต่ประการใด ผู้ที่ร่ำเรียนวิชาอาคม ไม่ว่าจะเป็นสายใดก็ตามจะต้องแสดงวิชาอาคมสายนั้น ๆ ถวายแด่ครูบาอาจารย์ของตนเป็นสำคัญ พิธีไหว้ครูจึงเป็นการเปิดโอกาสให้บรรดาศิษย์สามารถแสดงวิชาถวายครูบาอาจารย์ต่อหน้าสาธารณชนได้อย่างเต็มที่ การแสดงวิชาเช่นนี้จะกระทำได้เฉพาะในพิธีไหว้ครูเท่านั้นจะไปแสดงวิชาตามใจชอบมิได้ เพราะไม่มีเหตุอันควรแก่การแสดงวิชา หากแสดงวิชาออกไปจะถือว่าเป็นการอวดอุตริมนุสธรรมและเป็นการลบหลู่คำสั่งสอน กฎ ข้อห้ามของครูบาอาจารย์ที่ได้กำหนดไว้ ไม่มีเหตุจะแสดงวิชาพร่ำเพรื่อมิได้เป็นอันขาด

            การแสดงปาฏิหาริย์ในงานวันไหว้ครูนั้นไม่จัดว่าเป็นการอวดอ้าง แต่จัดว่าเป็นการเสริมสร้างศรัทธาแก่บรรดาศิษย์ในสายวิชาต่าง ๆ ให้มีจิตมั่นคงไม่หวั่นไหวในคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ ประกอบแต่กรรมดี อันเป็นกุศลกรรม และเป็นการแสดงให้เราได้ทราบว่าอำนาจแห่งองค์ครู และสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีอยู่จริง บาปบุญ คุณโทษมีจริง เวรกรรมมีจริง เมื่อมนุษย์เราตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้มนุษย์เราก็จะอยู่กันได้อย่างสันติสุข ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน คอยระวังการกระทำทั้งกายกรรม วจีกรรม และ มโนกรรม มิให้ไปเบียดเบียนผู้อื่น เกรงกลัวต่อบาป กลัวเวรกรรม ความผาสุกความสงบย่อมบังเกิดขึ้น ณ ดินแดนแห่งนั้น

            การแสดงวิชาถวายแด่ครูบาอาจารย์ในสายต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งสำคัญจนอาจเรียกว่าเป็นหัวใจอย่างหนึ่งในงานพิธีไหว้ครูโดยการแสดงวิชาถวายนั้น ครูบาอาจารย์ท่านจะมาคอยเฝ้ามองเราอยู่ ขณะที่เราแสดงวิชาถวายท่าน ท่านกำลังภูมิใจที่บรรดาศิษย์ได้รักษาวิชาต่าง ๆ เอาไว้และสามารถทำได้จริง ครูบาอาจารย์ท่านจะคอยช่วยเราอยู่ คอยคุ้มครองป้องกันอันตรายให้แก่เราอยู่ หากเรามีศรัทธาอย่างแท้จริง ท่านจะคุ้มครองเรามิให้เราได้รับอันตรายอย่างแน่นอน บารมีครูท่านคุ้มเกล้าเราอยู่ อย่าได้ลังเลสงสัยเคลือบแคลงสงสัยในสรรพวิชาของครูบาอาจารย์ตนเองเป็นอันขาด เกิดความลังเลเมื่อไรจะพลาดทันที ใจต้องเต็มร้อยตลอดเวลา เมื่อศรัทธาเกิดสิ่งใด ๆ ก็สามารถบังเกิดขึ้นได้เสมอ ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอหากเรามีศรัทธาอย่างแท้จริง

            การลองวิชา แสดงวิชาแท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องของการลองดี หรืออวดดี แต่หมายถึงการที่เราศรัทธาวิชาที่เราได้ร่ำเรียน หรือศึกษามาแสดงถวายแด่ครูบาอาจารย์ให้ท่านได้รับรู้รับทราบ ให้ท่านได้ชื่นชมในตัวศิษย์ เพื่อให้เห็นว่าเรา “จริง” จริงในที่นี้หมายถึงศรัทธาอย่างแท้จริง ไม่ยืดหดเหมือนหัวเต่า ทำจริงคือปฏิบัติสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาจริงไม่ใช่แค่ฟังแล้วเชื่อตามเท่านั้นแต่เวลาลงมือปฏิบัติกลับไม่สามารถทำได้จริง เก่งแต่พูดแต่ทำจริงไม่ได้ และสุดท้ายก็เห็นผลจริง หมายถึงการได้เห็นประจักษ์ในวิชาที่ตนเองได้ร่ำเรียนเห็นประจักษ์ในปาฏิหาริย์แห่งศรัทธาที่มี จนได้รู้ชัดว่าโลกนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยอภิบาลคุ้มครองรักษา และเชื่อมั่นได้ว่าครูเรานั้นเป็นที่พึ่งให้แก่ตัวเราเองได้จริง การลองวิชายังจัดว่าเป็นการทำให้ปรากฏเกียรติแก่คุณครูบาอาจารย์อีกประการหนึ่งด้วย ทั้งนี้เพราะว่าเมื่อสายตาประชาชนทั้งหลายได้เห็นในสิ่งอัศจรรย์ในสายวิชาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็ย่อมบังเกิดศรัทธาต่อองค์ครูผู้เป็นเจ้าของวิชาด้วย

            การลองวิชานั้นหากเรานึกคิดเอาเองว่าเป็นการลองของจะพลาดได้ทันที น้ำมันจะร้อน มีดจะบาด เข็มจะแทง ไฟจะไหม้ ปืนจะลั่นทันที เนื้อหนังที่คงกระพันก็อาจเป็นอันตรายต่อผู้ทำพิธีเสียเอง เพราะครูนั้นไม่ได้มีไว้ให้ลองเล่น ดังนั้นศิษย์ทุกคนจึงควรเข้าใจว่า “ที่เรียกว่าการลองวิชาลองของนั้น แท้จริงแล้วเป็นการทำวิชาถวายครูบาอาจารย์” ไม่ใช่การแสดงปาฏิหาริย์โอ้อวด หรือมาลองกันเล่น ๆ ลองสนุก ๆ กัน ผู้ที่แสดงวิชาเพื่อผลประโยชน์ ลาภสักการะ เอาวิชามาหากินกรรมย่อมลงโทษ ชีวิตวิบัติ ฉิบหายในทันตา

            ก่อนการลองของ ลองวิชาเพื่อเป็นการถวายเกียรติคุณแด่ครูบาอาจารย์ พราหมณ์ผู้ประกอบพิธีจะกล่าวอัญเชิญเทวดา เทพพรหม พระฤาษีผู้มีฤทธิ์อภิญญาให้ลงมาในปะรำพิธี

            พิธีท้ายสุดของการไหว้ครูคือการดับเทียนชัย เพื่อส่งครูบาอาจารย์ เมื่อดับเทียนชัยจึงถือว่าเป็นการสิ้นสุดของพิธีกรรม

            ศรัทธาที่มั่นคงดีแล้วในสิ่งที่ควรศรัทธา จะก่อให้เกิดอำนาจที่เหนือธรรมชาติหรือที่เรียกว่า “อำนาจแห่งศรัทธาปาฏิหาริย์”  ความศรัทธาจะก่อให้เกิดความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นที่สัประยุทธ์ตัวระหว่างจิตใจที่มั่นคงด้วยศรัทธาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองเคารพนับถือ ได้แก่ครูบาอาจารย์พลังจากจิตที่เกิดศรัทธาดีแล้วย่อมรวบรวมตัวจนกลายเป็นสมาธิ สมาธิที่เชื่อมต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างอำนาจของครูบาอาจารย์ย่อมก่อให้เกิด “ปาฏิหาริย์”  อันเหนือธรรมชาติเกินกว่าที่คนสามัญธรรมดา ๆ จะกระทำลงไปได้ อย่างการที่มีเนื้อหนังที่สามารถทนทานต่อของมีคม หรือน้ำกรดอย่างแรง สิ่งเหล่านี้แหละครับที่เรียกว่าศรัทธาปาฏิหาริย์ หรือจะเรียกกลับกันว่า “ปาฏิหาริย์แห่งศรัทธา” ก็จะว่าได้ ศรัทธาในตัวครูบาอาจารย์ ศรัทธาในคุณงามความดี ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน โลกของเราจะเป็นสุข