ตาที่สาม

แม่พระธรณี

 

กิระเทพหัศวิไสย                     ทั้งอรทัยสุนทรา

ยินนิยมสมจินดา                                 จุติเกิดขึ้นพร้อมกัน

ปฏิสนธิธุลีเท่า                                                 คงคาเคล้าเป็นพืชพันธุ์

พระพายพัดลอองอัน                           ผนึกแน่นเป็นแผ่นดิน

วาโยแลปัถวี                                        เป็นธรณีด้วยวาริณ

ศรีธาตุเพิ่มให้ภิณ                                 โยชนโดยหมาย

จึงเกิดอิศวรอุมา                                   พระธาดา พระนารายณ์

ประกอบสรรพ์ทั้งหลาย                       ทั้วศรีภพจบสากล ฯ

(คัดจากคัมภีร์เฉลิมไตรภพ)

 

 

            พระธรณีเป็นเทพมารดาแห่งโลก เพราะเป็นผู้ที่มีคุณต่อสรรพชีวิตบนโลกนี้ที่ต้องอาศัยคุณของแม่พระธรณี ในศาสตร์ทางจิตเกือบทั่วทุกมุมโลกล้วนคำนึงถึงพลังจากปถพีนี้เสมอมา แม้ในพระพุทธศาสนาที่ว่าด้วยหลักการและเหตุผลก็ยังกล่าวอ้างถึงดังปรากฏในปฐมสมโพธิญาณ ตอนพระสิทธัตถะบำเพ็ญจิตเพื่อบรรลุพระโพธิญาณ แล้วถูกพญามารตามผจญก็อธิษฐานแม่พระธรณีเป็นพยานในบุญบารมีที่ทรงบำเพ็ญมาเอนกชาติจนชนะหมู่มารในที่สุดคุณแม่พระธรณีในทางพระเวทจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นและจุดสูงสุดของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกประการ

            พระเวทที่เกี่ยวกับนางพระธรณีมักถูกลบเกลื่อนปิดบัง เนื่องจากหาผู้ใดล่วงรู้และสามารถอธิษฐานบารมีจากพระแม่ธรณีได้ย่อมทรงอำนาจสูงส่ง ดังเช่นพระมหาบุรุษ เรื่องเหล่านี้เราจะพบอยู่ในโองการเชิญครูของพระเวทเกือบทุกสำนัก แต่มักจะละเลยกันจนบางครั้งมองข้ามกันไปก็มี ในทางพระเวทนางพระธรณีเป็นวิชาชั้นสูงระดับครูที่ต้องร่ำเรียนให้เข้าใจการบูชาแม่พระธรณีจึงมีพลานุภาพในทางป้องกันเสนียดอาเพทที่เรามักรู้จักกันในชื่อว่าการต้องธรณีสารหรือพกพาเครื่องราง หากนมัสการได้ถูกต้องจะทำให้ชีวิตราบรื่นมั่นคงและพ้นภัยจากหมู่มารทั้งปวง

            การสร้างรูปเคารพของพระแม่ธรณีเท่าที่สามารถสอบทานของไทยเราได้พบตำราเก่าแก่สมัยอยุธยา ได้มีการบันทึกเรื่องราวการจัดสร้างนางเทพเทวาที่เป็นรูปแบบแม่ธรณีขึ้นบูชาเพื่อการอำนวยผลทางความมั่นคงและป้องกันสิ่งเลวร้าย ตำรานี้ได้มีการบอกเล่าต่อกันมาว่ายังเก็บรักษาอยู่ที่วัดคฤหบดี กรุงเทพฯ ในด้านภาคอีสานก็มีวิชาเฉพาะที่เกี่ยวกับแม่พระธรณีหลายอย่างเช่น ตะกรุดหัวใจพสุธา ในสายสมเด็จลุนแห่งนครจำปาศักดิ์ แม้ในพิธีเบิกโขลนออกจับช้างก็ยังมีมนต์ที่กล่าวอ้างถึงแม่พระธรณี เช่น “โอมเผนิกเบิกแนกแยกพระกำกวมงวม พระธรณี ทางเส้นนี้ก็เคยล่วงปล่อยทางนี้กูเคยเที่ยว โอมสวาหุโนนะโมตัสสะ” ในทางภาคเหนือก็มีพิธีกรรมเกี่ยวกับแม่พระธรณีอยู่หลากหลาย และที่นับถือเป็นประเพณีเช่น พิธีบนนางธรณี

            ในการรบทัพจับศึกในสมัยก่อน ก็มีพิธีกรรมหยิบดินที่เหยียบอยู่กลั้นใจว่า “แม่พระธรณีเอ๋ย อยู่หรือยัง สังขาตังโลกะวิทู” แล้วโปรยบนศีรษะ เชื่อว่าจะพ้นภยันตรายทั้งปวงเพราะมีมีพระธรณีรักษาอยู่ ประเพณีนี้สืบต่อมาถึงการชกมวยในสมัยก่อนที่ต้องมีการหยิบดินมา “อาพัดธรณี”  ในการเอาชนะคู่แข่งขัน ซึ่งบางท่านที่ไม่เคยได้ศึกษาเรื่องความเชื่อของโบราณมักตีขลุมเอาว่าที่ทำเช่นนั้นเป็นการดูว่าดินที่ใช้เวทีนั้นอ่อนหรือแข็ง จะได้คะเนไม้มวยในการเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ อันนี้ก็แล้วแต่จะมีมติว่ากันไป แต่โบราณท่านเชื่อในคุณของแม่พระธรณีนี้อย่างจริงจังมั่นคง

            เนื้อเมฆสิทธิ์ เป็นการผสมโลหะเล่นแร่แปรธาตุแบบหนึ่ง โลหะที่ได้จะมีลักษณะแข็งแกร่ง แต่ไม่เหนียว เมื่อปอกผิวใหม่ ๆ จะออกวรรณะขาวอมม่วงหรือฟ้า หากแช่น้ำหรือปล่อยให้สัมผัสอากาศจะค่อยเปลี่ยนสีผิวเป็นเขียว เมฆสิทธิ์มีหลายวรรณะแต่ที่นับถือว่าเลิศคือสีเขียวอมทอง แต่ไม่ค่อยรู้จักนัก สรรพคุณของเมฆสิทธิ์นับถือว่าดีเด่นทางด้านค้ำหนุนดวงชะตา เช่นโลหะแปรธาตุชนิดอื่น ๆ แต่สามารถนิมิตบอกอาเพทได้ หากสีวรรณะสดใสหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง หากวรรณะหม่นหมองมีคราบ ก็บอกอาเพทว่ามีเคราะห์ให้เร่งระวังและนำเครื่องรางเมฆสิทธิ์นั้นมาทำความสะอาดด้วยน้ำฝน หรือน้ำสะอาด จากนั้นแช่เนื้อเมฆสิทธิ์ไว้อธิษฐานขอน้ำมนต์แก้อวมงคลต่าง ๆ ได้ดีเรียกว่า “น้ำมนต์กลับดวง”  ดั่งเมฆสิทธิ์ที่แปรสีฉันนั้นแลอาราธนาวิธีหรือการบูชาแม่พระธรณี ให้ตั้งนะโม ๓ จบ ว่าพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ แล้วว่า “อิติปิโสภะคะวาสะวาอะระหัง สุคะโตสวาหะ”  ๓ จบ หลังจากนั้นสวดด้วย “ตัสสาเกษีสะโต ยะถาคงคา โสตังปะวัตตันติ มาระเสนา ปฏิฐาตุง อาสักโภนโต ปะลายิงสุปาริมานานุภาเวนะมาระ เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง ปะลายันติ วิทังเสนติอะเสสะโต”  อย่างน้อย ๓ จบแต่ถ้าจะให้ดี ๒๑ จบ (เพราะกำลังของแม่พระธรณีคือ ๒๑)

            คาถาทั้งสองบทนี้ใช้ได้ตามอธิษฐานทำน้ำมนต์แก้คุณเสนียดได้ผลดียิ่ง หากมีศัตรูให้เขียนชื่อนำแม่ธรณีทับไว้ อธิษฐานให้อภัยต่อกันสวดคาถานี้ทำครบ ๗ วันฝ่ายตรงข้ามจะแพ้ภัยตัวเองไป แต่อย่าจองเวรเขาเลยจึงจะมีผล

            เวลาเดินทางให้อธิษฐานพระนางธรณีไปจะพ้นภัยทั้งปวง เวลามีเหตุให้นึกถึงแม่พระธรณีแล้วภาวนาว่า “สะนะมะอุ”  ไปเรื่อย ๆ จะทรงอานุภาพผ่านพ้นภยันตรายนั้นไปได้เป็นอัศจรรย์