การฝังเข็มทองคำทำเป็นเครื่องราง

การฝังเข็มทองคำทำเป็นเครื่องราง

 

            การฝังเข็มทองคำ ชาวบ้านแถวชายแดนจะเรียกกันว่า “ปันเจ๊าะเมี๊ยะ”  ซึ่งจะเป็นการฝังเข็มทองคำประกอบคาถาอาคม เพื่อให้เกิดผลในภายข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นอาชีพหรือผลในทางคงกระพัน ซึ่งเข้มทองคำที่จะนำมาฝังนั้นจะต้องเป็นเข็มทองที่มีเนื้อทองคำผสมอย่างน้อย ๖๐% เพราะจะทำให้เนื้อทองคำนั้นแข็งบริสุทธิ์สามารถฝังเข้าไปในร่างกายของผู้คนได้ ซึ่งเข็มเหล่านี้จะมีขนาดเท่ากับเข็มเย็บผ้า ยาวราว ๑ องคุลีหรือ ๑ นิ้ว

 

            ตำแหน่งที่จะฝังเข็มนั้น ก็มีใต้ผิวหนังหน้าแขนทั้งสองข้าง หน้าขา หรือตามจุดต่าง ๆ ที่อาจารย์จะฝังให้ ในการที่จะฝังเข็มทองคำนั้น การเตรียมการจะต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า กล่าวคือต้องติดต่ออาจารย์เพื่อกำหนดวันดีในการฝังเข็ม เพราะการกำหนดวันนี้จะไม่เหมือนกันในแต่ละคน ด้วยถือตามวันและ วัน เดือน ปี ที่เกิด เนื่องจากว่าถ้าหากำหนดวันผิด ก็จะทำให้หลายคนที่ไปฝังเข็มทองคำเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เป็นบ้าหรือว่าวัน ๆ เอาแต่ท่องเที่ยวไปเรื่อยเปื่อยไม่ยอมทำอะไร ต้องแก้ไขกันให้วุ่นวายไปอีก

 

            เมื่อกำหนดวันได้แล้วก็จะมีการนัดแนะกันไปยังบ้านของอาจารย์ที่จะทำในเรื่องนี้โดยจะมีพิธีกรรมยกครูบูชา สิ่งของจะนำมายกครูนั้น ได้แก่ผ้าขาวยาว ๕ ศอก เทียนไขเล่มเล็ก ๔๐ เล่ม เงิน ๒๒๔ บาท (เป็นค่ายกครู ๒๔ บาท ค่าทองคำ ๒๐๐ บาท) นอก จากนั้นก็จะมีกรวยดอก ไม้ธูปเทียน เมื่อมีของพร้อมเรียบร้อยแล้วอาจารย์ก็จะทำพิธียกครู สวดมนต์บูชา จากนั้นก็จะทำการฝังเข็มให้ตามจุดต่าง ๆ แล้วแต่ว่าจะฝังเท่าใด

 

วิธีการฝังเข็มทองคำ

            สิ่งของที่จะต้องใช้มีลวดทองคำขนาดเท่าเข็มเย็บผ้า เข็มฉีดยาเบอร์ ๒๓ น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดงา ขี้ผึ้งสำหรับทาแก้ปวดหลังจากเตรียมของพวกนี้พร้อมแล้วอาจารย์ก็จะฝังเข็มให้ตามจุดที่กำหนดอาจจะเป็นหน้าแขน, หน้าอก, โคนขา แล้วแต่ลูกศิษย์จะต้องการ  เริ่มต้นด้วยการบริกรรมคาถาไปพลางพร้อมทั้งชโลมน้ำมันงาที่เข็มฉีดยา แทงเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อนำทาง ก่อนที่จะชักออกมาแล้วเอาเข็มทองคำชโลมน้ำมันงาเสกคาถาสอดเข้าไปในรอยแทงของเข็มฉีดยา ดันเข้าไปให้มิด แล้งทาขี้ผึ้งแก้ปวดพร้อมบริกรรมคาถาปิดแผลเป็นเสร็จพิธี

 

            ในการฝังเข็มทองคำนี้อาจารย์จะหลีกเลี่ยงไม่ฝังเข้าไปในกล้ามเนื้อและไม่ปักเข็มให้ถูกกระดูก เพราะจะทำให้เจ็บปวด ในการฝังเข็มนี้จะต้องมีกำลังใจ และมีความเชื่อมั่นมากจึงจะทำได้ เพราะบางคนเมื่อเห็นแล้วก็จะใจฝ่อ ไม่กล้า แต่ถ้าได้รับรู้ถึงคุณประโยชน์เกี่ยวกับไสยศาสตร์แขนงนี้ก็จะมีกำลังใจที่จะลองมากขึ้น แต่นั่นแหละ เมื่อฝังเข็มเรียบร้อยแล้วก็ใช่ว่าจะหมดเรื่องไปเลยไม่ เพราะผู้ที่ฝังเข็มและอยากให้ได้ผลจริง ๆ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งอาจารย์ห้ามละเมิดในสิ่งที่มีการห้ามไว้อย่างเด็ดขาด

 

ข้อห้ามสำหรับผู้ฝังเข็ม

            หลังจากที่ฝังเข็มแล้วผู้ที่ฝังเข็มจะต้องไม่ตั้งอยู่ในความประมาท เพราะคนพวกนี้จะเชื่อว่าตนมีของดีในร่างกาย แล้วกระวนกระวายอยากลองของขึ้นมาจะทำให้อำนาจเสื่อมทันที นอกจากนี้ต้องไม่ล่วงละเมิดทางเพศกับภรรยาผู้อื่นอย่างเด็ดขาดอีกทั้งจะต้องไปเข้าพิธีบูชาครูทุกปี เพราะบางคนอาจจำทำอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำให้พลังเสื่อมถอยลงไปก็เป็นได้ คนที่ล่วงละเมิดข้อห้าม เชื่อกันว่าเข็มจะพุ่งทะลุออกไป และกลับไปหาอาจารย์ต้องฝังกันใหม่

 

คุณประโยชน์ในการฝังเข็มทองคำ

            เชื่อกันว่า การฝังเข็มทองคำนั้นเพื่อที่จะป้องกันคุณไสย์ และให้เข็มทองคำที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้วนั้นล้างอาถรรพ์ในร่างกายขับไล่ออกไป รวมทั้งเวทมนต์คาถาอื่น ๆ ที่มีคนทำใส่ตัวก็จะหาย เวลาที่มีภัยพลังลึกลับจากอำนาจของเข็มทองก็จะเปล่งรัศมีขึ้นมาคุ้มครองร่างกาย เวลาที่ถูกยิง หรือถูกแทง เข็มก็จะวิ่งผ่านตามผิวหนังมาแผ่พลังต้านรับเอาไว้ เชื่อกันว่าทำให้ดูเหมือนร่างกายอยู่ยงคงกระพัน ซึ่งนั่นมาจากพลังอำนาจที่มีอยู่ในตัวเข็มนั่นเอง

 

ที่มาของการฝังเข็มทองคำ

            การฝังเข็มทองคำเพื่ออยู่ยงคงกระพันในประเทศไทยนั้นสืบเนื่องมาจากทางคาบสมุทรมลายาก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยผ่านเข้ามาทางความเชื่อของชาวมุสลิมทางภาคใต้สู่ภาคกลางทางแถวบางชันมีนบุรี ก่อนที่จะแพร่หลายออกไปสู่ถิ่นต่าง ๆ รวมทั้งถิ่นเขมรซึ่งมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่มากมายจึงถือได้ว่าความเชื่อนี้เป็นพิธีกรรมความเชื่อของสองศาสนาที่เข้ามารวมกัน แต่ว่าการฝังเข็มของมุสลิมนั้นมีเข็มอยู่ ๓ แบบด้วยกัน คือทอง, นาก และเงิน ซึ่งถ้าฝังทั้งสามอย่างก็จะเรียกว่า “ฝังสามกษัตริย์”  เชื่อกันว่าเข็มสามกษัตริย์นั้นจะมีพลังอำนาจมาก สามารถปกป้องคุ้มครองร่างกายได้ทุกส่วนยกเว้นลูกตา เพราะเชื่อว่าถ้าเข็มแล่นไปที่ลูกตาจะทำให้ตาบอด แต่ความเชื่อของชาวเขมรบอกว่าถ้าเข้มแล่นไปที่ลูกตาก็จะทำให้ตาสว่างมองเห็นอะไรในที่มืดชัดขึ้น

 

            เชื่อแบบไหนก็ลองไปพิสูจน์เอาเองก็แล้วกัน ผู้เขียนฟังมาอย่างไรก็เล่าไปแบบนั้น แต่ยังไม่กล้าที่จะทดลองเหมือนกัน เพราะเสียว!